วันอังคารที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

“อาหารสำเร็จรูป” เส้นหมี่ผัดรสแซบ

เมย์เพิ่งเคยสังเกตว่าตัวเองไปร้านก๋วยเตี๋ยวทีไรก็ตามจะไม่เคยสั่งเส้นหมี่ทานเลยสักชาม ที่แปลกก็คือเค็กออกจะชอบเจ้าเส้นหมี่สีขาวเหนียวนุ่มนี้ด้วยซ้ำแล้วทำไมไม่เคยสั่งล่ะ ? เมย์ว่าต้องเป็นจิตใต้สำนึกของเราแน่ๆ ที่ทำให้คิดแบบนี้ เพราะติดมาตั้งแต่ไปอยู่โรงเรียนประจำที่เราไม่มีอาหารไทยอร่อยๆ ตกถึงท้องเลยเป็นหลายๆ เดือน ก็จะมีแต่เจ้าบะหมี่กับเส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูปเนี่ยแหละที่ประทังชีวิตเราเอาไว้ พอได้ไปร้านก๋วยเตี๋ยวจริงๆ ก็เลยไม่ได้คิดจะสั่งทานอีก

พอออกจากโรงเรียนประจำมาแล้ว เมย์ก็กลับได้นิสัยใหม่ติดตัวมาด้วย คือนิสัย “เส้นหมี่ผัด” ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเมย์จะมีเส้นสี่ชนิดติดบ้านตลอดเวลา คือ เส้นหมี่ขาว เส้นจันท์ เส้นสปาเกตตี เส้นลิงกิวนี่ สองอย่างแรกใช้ทำอาหารไทย อีกสองอย่างหลังเนี่ยก็ไว้ใช้ทำอาหารฝรั่งค่ะ ขอบอกก่อนว่าไม่ใช่เพราะเมย์ไม่ชอบทานข้าวนะคะแต่เป็นเพราะว่าเวลาหิวๆ แล้วเส้นพวกนี้ทำอาหารเสร็จได้เร็วทันใจกว่ารอข้าวสุกนั่นเองค่ะ เส้นหมี่ผัดเลยเปรียบเสมือน “อาหารสำเร็จรูป” ของเมย์ที่อร่อยและได้เนื้อได้ผักมากกว่าบะหมี่ซอง เส้นหมี่ของเมย์ก็มีหลายรสชาติเช่นกัน แล้วแต่ว่าได้เกิดความคิดใหม่อะไรบ้าง แล้วสำรวจดูว่าในตู้เย็นมีอะไรอยู่บ้าง มีอยู่รสหนึ่งซึ่งเกิดจากการความอยากกินอาหารรสจัดๆ แบบว่าเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ น่ะค่ะ เมย์เลยเรียกว่าเส้นหมี่ผัดรสแซบค่ะ

ก่อนอื่นต้องนำเส้นหมี่ขาว (ครึ่งห่อเล็ก 100 กรัม) ไปแช่น้ำให้นิ่มแล้วสะเด็ดน้ำไว้ ผักที่ผัดใส่หมี่อร่อยนั้นเค็กว่าต้องเป็นผักสีเขียว เช่น คะน้า ถั่วแขก

ผักบุ้ง กวางตุ้งไต้หวันค่ะ ล้างให้สะอาดแล้วตัดเป็นชิ้นพอคำ เนื้อสัตว์นั้นใช้ได้หมดทั้งกุ้ง หมู ไก่ แฮม ไส้กรอก หรือถ้าเลือกไม่ได้อยากใส่มากกว่าหนึ่งอย่างก็ยังได้ค่ะ เพื่อทำให้ส่วนผสมในการปรุงรสเข้ากันดีและความสะดวกในการผัด เค็กจะผสมเครื่องปรุงทั้งหมดไว้ในชามเล็กๆ ไว้เลย ส่วนผสมที่ใช้ปรุงรสได้แก่ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 2 ช้อนชา พริกป่น ? ช้อนชา น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ (เค็กเคยลองใช้ซอส XO ของจีนแทนน้ำพริกเผาบ้างก็อร่อยดีหอมกลิ่นหอยเชลล์แห้งและเข้ากันได้ดีมากกว่ากุ้งด้วยค่ะ ส่วนพริกป่นนั้นสามารถเพิ่มหรือลดได้ตามชอบนะคะ)

เมื่อเตรียมพร้อมแล้วให้ใช้น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะผัดกับกระเทียมสับ 3 กลีบ และหอมแดงสับ 1 หัว จนนิ่มดี ใส่เนื้อสัตว์ผัดจนสุก 50% แล้วใส่ผักที่สุกยากอย่างคะน้าลงไป (สำหรับผักสุกง่ายอย่างผักบุ้งให้ใส่หลังสุดนะคะ) ตามด้วยเส้นหมี่และซอสที่ปรุงไว้แล้วให้ใช้ไฟแรงผัดจนเส้นนิ่มและหอมนะคะ

อาหารประจำบ้าน

น้ำปลา น้ำตาล น้ำพริกเผา น้ำส้มสายชู พริกป่น เส้นหมี่ขาว

ตู้กับข้าว

กระเทียม หอมแดง ผักสีเขียว

รสชาติของชีวิต

กุ้ง หมู ไก่ แฮม ไส้กรอก

วันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

สมุนไพรน่ารู้

การใช้สมุนไพรเป็นยาบำบัดโรคนั้นอาจใช้ ในรูปยาสมุนไพรเดี่ยวๆ หรือใช้ในรูปตำรับ ยาสมุนไพร ปัจจุบันตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณที่กระทรวงสาธารณสุขอนุญาตให้ใช้รักษาโรคได้มีทั้งหมด 28 ขนาน เช่น

ยาจันทน์ลีลา ใช้แก้ไข้ แก้ตัวร้อน

ยามหานิลแท่งทอง ใช้แก้ไข้ แก้หัด อีสุกอีใส

ยาหอมเทพพิจิตร แก้ลม บำรุงหัวใจ

ยาเหลืองปิดสมุทร แก้ท้องเสีย

ยาประสะมะแว้ง แก้ไอ ขับเสมหะ

ยาตรีหอม แก้ท้องผูกในเด็ก ระบายพิษไข้

สำหรับสมุนไพรที่นิยมใช้เดี่ยวๆ รักษาอาการของโรคที่พบบ่อยๆ ได้แก่

สมุนไพรแก้ไข้ ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด

สมุนไพรแก้ท้องเสีย กล้วยน้ำว้า ทับทิม ฝรั่งดิบ

สมุนไพรแก้ไอ มะแว้ง ขิง มะนาว

สมุนไพรแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขมิ้นชัน แห้วหมู กระชาย

สมุนไพรช่วยให้นอนหลับ ขี้เหล็ก ดอกบัวหลวง หัวหอมใหญ่

สมุนไพรแก้เชื้อรา กระเทียม ข่า ชุมเห็ดเทศ

สมุนไพรแก้เริม เสลดพังพอนตัวเมียและตัวผู้

สูตรสมุนไพรบำรุงผิวหน้า

1.ว่านหางจระเข้ : บำรุงผิว ป้องกันฝ้า ลบรอยจุด ด่างดำ รักษาสิว

2.แตงกวา : สมานผิว ลบรอยเหี่ยวย่น

3.มะเขือเทศ : สมานผิว ลดรอยเหี่ยวย่น จุดด่างดำ

4.ขมิ้นสด : บำรุงผิวหน้าผุดผ่องสดใสอ่อนวัย และช่วยให้สิวยุบเร็ว

5.กล้วยน้ำว้าสุก : บำรุงผิวนุ่มเนียนอ่อนวัย

6.หัวไชเท้า : ช่วยลดรอยฝ้าและกระให้จางหาย

สมุนไพรที่มีสารต้านเซลล์มะเร็ง

มะกรูด ผักแขยง ขึ้นฉ่าย บัวบก ผักชีฝรั่ง กระชาย ข่าใหญ่ มันเทศ ใบมะม่วง มะกอก เบญจมาศ แขนงกะหล่ำ แตงกวา พริกไทย ดีปลี โหระพา กะเพรา ใบตะไคร้ ถั่ว ผักแว่น ผักขวง เพกา ช้าพลู (ชะพลู) ลูกผักชี เร่ว เหงือกปลาหมอ ขมิ้นอ้อย หัวหอมแดง หอมหัวใหญ่ กระเทียม ฯลฯ

สมุนไพรที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนต์ (วิตามินเอ ซี อี)

วิตามินเอสูง ได้แก่ ใบยอ ใบย่านาง ตำลึง ผักกูด มะระ กระสัง ผักแพว ผักชีลาว ผักแว่น ผักบุ้ง เหลียงกระเจี๊ยบแดง แมงลัก ชะอม พริกชี้ฟ้าแดง แพงพวย ขี้เหล็ก ฯลฯ

วิตามินซีสูง ได้แก่ มะขามป้อม ฝรั่ง มะปราง ขนุน ละมุด มะละกอ มะกอก ส้ม มะขาม ลูกหว้า พุทรา ฯลฯ

วิตามินอีสูง ได้แก่ พวกธัญพืชต่างๆ เช่น งาดำ ข้าวซ้อมมือ จมูกข้าว ข้าวโพด ฯลฯ

เบตาแคโรทีนสูง ได้แก่ แคร์รอต ฟักทอง แค กะเพรา แพชั่นฟรุต ขี้เหล็ก ผักเชียงดา ยอดฟักข้าว ผักแซ่ว ฯลฯ

สมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่แสดงฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง

พืชสมุนไพร บวบขม จำปีป่า ปลาไหลเผือก ทองพันชั่ง เจตมูลเพลิงแดง ราชดัด ฝาง แสมสาร ติงตัง ขมิ้นต้น ฟ้าทะลายโจร กระเทียม ประยงค์ รงทอง ข่อย ขมิ้นชัน แกแล สมอไทย ขันทองพยาบาท

เครือเถาวัลย์ ดองดึง โล่ติ้น เจตมูลเพลิงขาว มังคุด โทงเทง ทับทิม จำปา ไพล ปรู จำปีหลวง พลับพลึง สบู่ดำ แพงพวยฝรั่ง สีเสียด กะเม็ง สมอพิเภก

สมุนไพรกับโรคความดันโลหิตสูง

ในการรักษาโรคความดันโลหิตสูงจะต้องได้รับการควบคุมดูแลจากแพทย์แผนปัจจุบัน และในการนำสมุนไพรมาใช้ใน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจะต้องระมัดระวัง และจะต้องตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอจากแพทย์แผนปัจจุบัน สมุนไพรที่ใช้ขับปัสสาวะมีดังนี้

หญ้าหนวดแมว ในใบของหญ้าหนวดแมวจะมีเกลือโพแทสเซียมปริมาณ 0.7-0.8% ใช้ใบอ่อนเป็นยาขับปัสสาวะที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากเกลือโพแทสเซียมในใบอ่อนจะมีปริมาณสูง ตามตำรายาไทยใช้แก้โรคปวดตามสันหลังและเอว ใช้ขับนิ่วและลดความดันโลหิตสูง

ข้อควรระวัง

1.เนื่องจากหญ้าหนวดแมวมีเกลือโพแทสเซียมสูงจึงไม่ควรใช้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ

2.ควรใช้การชง ไม่ควรใช้การต้ม และควรใช้ใบอ่อน เพราะใบแก่จะมีเกลือโพแทสเซียมละลายออกมามาก มีฤทธิ์กดหัวใจ ทำให้หายใจผิดปกติได้

3.ควรใช้ใบตากแห้ง ถ้าใช้ใบสดจะมีอาการคลื่นไส้และหัวใจสั่น

4.ไม่ควรใช้หญ้าหนวดแมวคู่กับยาแอสไพริน เพราะจะทำให้ยามีฤทธิ์ต่อหัวใจมากขึ้น

5.ก่อนการใช้ควรปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันและได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัย

หญ้าคา ในรากหญ้าคามีสารอะรันโดอินและไซลินดริน ทั้งกรดอินทรีย์หลายชนิด ตามตำรับยาไทยใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา โดยต้นหญ้าคาสด 40-50 กรัม (น้ำหนักแห้ง 10-15 กรัม) หรือ 1 กำมือ ต้มดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ถ้วยชา (75 มิลลิลิตร)

หมายเหตุ การใช้สมุนไพรขับปัสสาวะทุกชนิดต้องปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบัน เนื่องจากการใช้ยาขับปัสสาวะเกินขนาดอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้

สรรพคุณสมุนไพรที่ช่วยลดไขมันในหลอดเลือด

1.น้ำมันเมล็ดดอกคำฝอย จากการวิจัยในสัตว์ทดลองและในคนพบว่าน้ำมัน เมล็ดดอกคำฝอยช่วยทำให้ปริมาณคอเลส เตอรอลในเลือดลดลงและลดการอุดตัน ไขมันในหลอดเลือดได้

2.กระเทียม มีสารอัลลิซินที่มีฤทธิ์ลด ไขมันในหลอดเลือดได้ ซึ่งจะใช้กระเทียม ประมาณ 5-7 กลีบ รับประทานหลังอาหารทุกมื้อ เป็นเวลา 1 เดือน ปริมาณคอเลส เตอรอลในเลือดจะลดลง

3.ถั่วเหลือง ในถั่วเหลืองจะมีกรด อะมิโน เลซิติน และวิตามินอีสูง จะช่วยลดระดับไขมันในหลอดเลือด

การปฏิบัติเพื่อป้องกันการเกิดโรคเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ

1.การรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย เช่น ปลา ผัก ผลไม้ อาหาร สมุนไพร ไม่รับประทานอาหารรสเค็มจัด

2.การออกกำลังกายสม่ำเสมอ

3.การพักผ่อนให้เพียงพอ

4.ตรวจร่างกายประจำทุกปี

สรุปรายชื่อสมุนไพรที่ควรใช้ในรูปอาหารกับโรคเบาหวาน ได้แก่

บอระเพ็ด มะระไทย ลูกใต้ใบ หญ้าใต้ใบ มะแว้ง เครือมะแว้ง ต้นตำลึง ฟ้าทะลายโจร สะตอ ว่านหางจระเข้ แมงลัก อินทนิลน้ำ หอมใหญ่ กระเทียม หญ้าหนวดแมว เตยหอม ฝรั่ง ช้าพลู ขี้เหล็ก สะเดา ผักบุ้ง สักกำแพงเจ็ดชั้น มวกแดง-ขาว ชะเอมไทย รากลำเจียก รากคนทา

หมายเหตุ - การรักษาโรคเบาหวานควรปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบัน เพราะการใช้ยาลดระดับน้ำตาลร่วมกับยาแผนปัจจุบันอาจจะทำให้น้ำตาลลดลงมากเกินไป เป็นอันตรายได้ จึงแนะนำให้ใช้สมุนไพรในรูปของการปรุงอาหารในชีวิตประจำวัน

สมุนไพรกับโรคเอดส์

รายงานการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสมุนไพรรักษาโรคเอดส์มีการศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรหลายชนิด

โปรตีนจากระหุ่ง

แม้ว่าจะมีพิษแต่ก็มีผู้พบว่าส่วนหนึ่งของโปรตีน Ricin ซึ่งเป็นพิษคือ dg A สามารถจับ antibody ของ HIV ซึ่งทำให้ไปยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส โดยมีผลต่อเซลล์ปกติเพียง 1/1,000 ของเซลล์ที่มีไวรัส

การค้นพบนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการพบยาที่ป้องกันหรือยืดเวลาในการเกิดโรคเอดส์

Hypericum spp.

พืชสกุลนี้บ้านเรามี บัวทอง (Hyperi cum garrettii Craib) มีผู้สกัดสาร Hypericin และ Pseudohypericin จากพืชนี้ พบว่ามีฤทธิ์ป้องกันการขยายตัวของไวรัสเอดส์

Castanospermun australe

Tyms และคณะได้พบว่าแอลคาลอยด์ 3 ชนิด มีผลยับยั้งเอนไซม์ที่ช่วยให้ไวรัสจับกับ T-cells ซึ่งสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย และแอลคาลอยด์ที่ให้ผลดีที่สุดคือ Castanospermine จาก Castanospermum australe ไม้ยืนต้นของออสเตรเลีย และสารนี้มีพิษน้อย มีฤทธิ์ข้างเคียง เช่น น้ำหนักลด ท้องเสีย

ยังไม่มีสมุนไพรใดที่ใช้รักษาโรคเอดส์ได้จริงจัง ส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างการทดลอง ซึ่งบางอย่างก็ทดลองโดยไม่ถูกกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามการศึกษาสมุนไพร ก็เป็นแนวทางหนึ่งในการจะค้นพบยารักษาโรคนี้



ดอกสลิดมาแล้ว ! “ดอกขจรผัดไข่”

ตอนนี้เราก็เริ่มย่างเข้าหน้าฝนแล้วเพราะฝนฟ้าพากันตกไม่เว้นแต่ละวัน ดอกขจรหรือที่โบราณเรียกดอกสลิดนั้นออกดอกเป็นพวงสวย ต้นสลิดนั้นเป็นไม้เถาคล้ายๆ กับตำลึงชาวบ้านจึงนิยมปลูกไว้ที่ข้างรั้วบ้านพอออกดอกก็จะได้พากันเก็บมากิน ดอกสลิดนั้นนำมาทำอาหารได้หลายอย่างทั้ง ลวกจิ้มน้ำพริก ใส่แกงส้ม แต่ที่บ้านเราชอบนำมาผัดใส่ไข่กับวุ้นเส้นที่สุดค่ะ

สำหรับวิธีการนั้นให้แช่วุ้นเส้น 50 กรัม ในน้ำเย็นจนนิ่มแล้วตัดเป็นชิ้นยาวพอคำ ประมาณ 5 เซนติเมตร ระหว่างนั้นให้ตั้งน้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะในกระทะจนร้อนทอดกุ้งแห้ง 20 กรัม จนหอมกรอบแล้วตักออกพักไว้ (ถ้ามีกุ้งสดเราก็จะนำกุ้ง 3-4 ตัวลงทอดจนสุกแล้วตักออกพักไว้เช่นกัน) แล้วตอกไข่ 1 ฟองใส่ลงไปในน้ำมันที่ทอดกุ้งแห้งใช้ตะหลิวคนจนพอไข่สุกแล้วค่อยใส่วุ้นเส้นที่สะเด็ดน้ำแล้วลงไป ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา น้ำมันหอย 1 ช้อนชา น้ำตาลหยิบมือหนึ่ง ผัดจนวุ้นเส้นนิ่ม (ถ้าวุ้นเส้นแห้งมากบางทีอาจต้องเติมน้ำเพิ่มนิดหน่อยนะคะ)

ทีนี้ก็ใส่ดอกขจรเด็ดเป็นช่อลงไป 50 กรัม ผัดจนดอกขจรสุกเป็นสีเขียวสด ดอกขจรนั้นต้องผัดให้สุกพอดีถึงจะอร่อยนะคะ ถ้าผัดแล้วดอกไม่สุกจะเหม็นเขียว แต่ถ้าผัดนานไปดอกจะเหี่ยวดำไม่อร่อย เคล็ดลับความอร่อยของเค็กไม่ยากเลยแต่ต้องใช้ความพยายามค่ะ คือให้ผัดทานหลายๆ ครั้ง แต่ละครั้งก็ปรับไฟและเวลาที่ผัดทุกครั้งแล้ววันหนึ่งเราก็จะได้ “ดอกขจรผัดไข่” ที่อร่อยที่สุดสุกกำลังดี โรยพริกไทยแล้วทานกับข้าวสวยร้อนๆ นะคะ

อาหารประจำบ้าน

น้ำมัน ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย น้ำตาล พริกไทย

ตู้กับข้าว

กุ้งแห้ง วุ้นเส้น

รสชาติของชีวิต

ดอกขจร



ฝรั่งมาเมืองไทย ปลากะพงทอดยำมะม่วง


การได้ไปเที่ยวต่างประเทศคงเป็นความสุขสนุกสนานของใครหลายๆ คน แต่ละคนจะมีที่มาของความสนุกไม่เหมือนกัน หนึ่งในความสนุกของเราคือการได้ไปสืบเสาะและไปกินอาหารที่ชาวเมืองเขาชอบกินกัน ไม่ใช่แบบที่เขามีให้นักท่องเที่ยวกิน

หลายๆ ครั้งเราก็คิดแบบเดียวกับเขาว่าโอ้โหอร่อยจัง แล้วก็มีบ้างที่รสชาติอาหารแปลกจนเกินความสามารถจริงๆ แต่ถึงยังไงซะก็เป็นความแปลกใหม่และสนุกสำหรับเราอยู่ดี ก็มีเหมือนกันที่เราทานอาหารของเมืองเขาตลอดการเดินทางโดยไม่แวะเวียนเข้าร้านอาหารชาติอื่นๆ เลย

แต่เมื่อเท้าแตะพื้นกรุงเทพฯทีไรความคิดถึงอาหารไทยก็จะมาถึงโดยอัตโนมัติ สำหรับเมย์ที่คิดถึงเป็นพิเศษน่าจะเป็นรสชาติจัดจ้านครบรส เปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวานของอาหารไทย ประเทศที่อยู่ติดทะเลนั้นจะมีปลาทอดในรูปแบบต่างๆ อยู่หลายชนิดต่างกันแต่ที่ลักษณะการทอดและน้ำซอส สำหรับน้ำยำมะม่วงแบบไทยๆ นั้นคนไทยนิยมทานกับปลาแดดเดียวมานานแต่วันนี้เมย์นำมาจับคู่ใหม่กับปลาคลุกเกล็ดขนมปังทอดแบบฝรั่งที่กรอบนอกนุ่มใน

ทำยำมะม่วงโดยผสม น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสับละเอียด 1 เม็ด พอชิมรสดูแล้วน้ำยำจะออกรสหวานกว่าปกติหน่อยพอคลุกกับมะม่วงจึงจะได้รสพอดี

สำหรับการนำปลามาทอด เราสามารถใช้ปลาได้หลายชนิด ทั้งปลากะพง ปลาแซลมอน ปลาทับทิม ไม่ว่าจะใช้ปลาชนิดไหนก็ให้แล่ก้างออกแล้วนำชิ้นปลามาโรยเกลือ พริกไทยคลุกแป้งอเนกประสงค์ คลุกไข่ไก่ แล้วตามด้วยเกล็ดขนมปัง ทอดในน้ำมันจนสุกเหลืองทอง

ถ้าเราทอดปลาชิ้นใหญ่มีหนังติดปลาอาจจะม้วนตัวงอได้ ตอนที่นำปลาลงกระทะไปแล้วให้ใช้ตะหลิวกดไว้ก่อนจนหนังปลาอยู่ตัวดี พอสุกเหลืองให้จัดเสิร์ฟพร้อมน้ำยำที่โรยมะม่วงดิบซอย หอมแดงซอย พริกขี้หนูซอยและถั่วลิสงคั่วใหม่ๆ

อาหารประจำบ้าน

เกลือ พริกไทย แป้งอเนกประสงค์ น้ำมันพืช น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา

ตู้กับข้าว

หอมแดงซอย พริกขี้หนูสวน มะนาว

ไข่ไก่ เกล็ดขนมปัง

รสชาติของชีวิต

ปลากะพง มะม่วงดิบ ถั่วลิสง


ผลพลอยได้ “ไข่เจียวกากหมู”


เมย์เป็นคนขี้สงสัยก็เลยลองคิดสนุกๆ ดูแล้วสมมติว่าตัวเองอยู่ในสมัยโบราณว่า ชีวิตการเป็นอยู่เราจะเป็นยังไงบ้าง การอยู่โดยไม่มีไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ รถยนต์ และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกทั้งหลายทั้งปวง คิดๆ ดูแล้วก็มีทั้งความสนุกและความลำบากนะคะ

แหม…แค่การทำอาหารยังไม่สะดวกเหมือนสมัยนี้เลยนะเนี่ย จะหุงข้าวทีต้องทั้งจุดเตาถ่านทั้งต้องเลี้ยงไฟจนข้าวสุกอีก ไม่ใช่แค่เปิดสวิตช์แล้วนั่งรอเหมือนสมัยนี้จริงๆ

ไข่เจียวเป็นอาหารเกือบทุกคนจะหัดทำเป็นอย่างแรก แต่คิดดูซิคะว่าเมื่อก่อนนั้น ทำไข่เจียวทีต้องเอามันหมูสดมาเจียวกว่าจะได้น้ำมันหมูและได้กากหมูมาเป็นผลพลอยได้ สมัยนี้กากหมูเลยกลายเป็นอาหารที่คนสมัยใหม่ไม่ค่อยได้เห็นกันโดยปริยาย

เมย์ขออนุญาตไม่บอกว่าตัวเองเป็นคนสมัยโบราณนะคะ แต่ขอเป็นคนสมัยใหม่ที่เผอิญมีคุณย่าคุณยายที่เป็นคนโบราณทำให้ติดใจจาน “ไข่เจียวกากหมู” นี้ด้วย

เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนเพราะเราเจียวมันหมูเพื่อให้ได้กากหมู การทำกากหมูนั้นต้องใช้มันหมูแข็งเท่านั้นนะคะถึงจะได้กากหมูที่กรอบอร่อย เมื่อเราซื้อมันหมูแข็งได้แล้วให้นำมาตัดแต่งให้เป็นชิ้นสวย ประมาณว่าเอาส่วนที่ไม่พึงประสงค์ออกให้เหลือเป็นชิ้นขาวๆ นะคะ เสร็จแล้วหั่นเป็นชิ้นกว้าง 1 เซนติเมตร ยาว 3 เซนติเมตร นำมันหมูที่หั่นได้ไปเจียวในกระทะตั้งไฟอ่อนๆ น้ำมันจะค่อยๆ ซึมออกมาจากมันแข็งจนเหลือแต่กากหมูสีเหลืองทอง ถึงตอนนี้เราก็ต้องช้อนกากหมูออกมาเพื่อให้สะเด็ดน้ำมันทิ้งไว้สักแป๊บ กากหมูก็จะกรอบกรึบเลยละค่ะ

ถ้าเป็นคนโบราณก็จะเอาน้ำมันที่ได้เนี่ยมาเจียวไข่เลย แต่ถ้าไม่ชอบก็ใช้น้ำมันพืชแทนแล้วกันนะคะ ตีไข่เป็ดสัก 2 ฟองกับน้ำปลาและน้ำมะนาวนิดหนึ่ง (เมย์ชอบใช้ไข่เป็ดนั้นนำมาทำไข่เจียวมากกว่าไข่ไก่ เพราะได้ไข่เจียวที่กรอบและน้ำมะนาวก็จะช่วยให้ไข่ฟู) ตั้งน้ำมันจนร้อนจัดควันขึ้นแล้วนำไข่ลงเจียวให้ฟู โรยด้วยกากหมูที่เราทำเตรียมไว้ ทานกับหอมแดงซอย พริกขี้หนูสวนซอย มะนาว และข้าวร้อนๆ ระวังจะติดใจ